กลับไปรายการกระดานข่าว โพสต์

กฏ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547

กฏ ก.ตร.  ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๘๗ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ใจการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๗ จึงออกกฏ ก.ตร.ไว้ดังต่อไปนี้
           ข้อ ๑ กฏ ก.ตร.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจาเบกษาเป็นต้นไป
           ข้อ ๒ เมื่อมีการกล่าวหา  หรือมีกรณีที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยหากผู้บังคับบัญชาได้พิจรณาในเบื้องต้นแล้วไม่มีมูล หรือมีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง  หรือมีมูลเพียงพอที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ก็ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจรณาสั่งการไปภายในอำนาจโดยไม่ต้องสืบสวนข้อเท็จจริง  แต่ถ้าจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงก็ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการสืบสวนข้อเท็จจริงที่กำหนดในกฏ ก.ตร. นี้




                                                                         หมวด ๑  บททั่วไป
                                                         -----------------
         ข้อ๓ การสืบสวนข้อเท็จจริง หมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใด หรือข้าราชการตำรวจซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษ ว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
         ข้อ ๔ ภายใต้บังคับข้อ ๒  กรณีที่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้แก่
             (๑) ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย
             (๒) มีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยโดยผู้ร้องเรียนนั้นได้แจ้งชื่อและที่อยู่ของตนเองเป็นที่แน่นอน  พร้อมทั้งระบุพฤติการณ์แห่งกรณีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย
             (๓) ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย




                                           -------------------------------------------------------------------

1.กฏ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. ๒๕๔๗  ไม่ได้ออกอาศัยอำนาจของกฏหมาย
1. มาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๘๗ วรรหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
2. มติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗
3. มติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๗
4. มาตรา ๒๗๙ แห่งรัฐธรรมนูนแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๗



2.กรณีใดที่ไม่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริง
1.มีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย
2.ส่วนราชการอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดสงสัยว่ากระทำผิดวินัย
3.มีบัตรสนเท่ห์กล่าวโทษ
4.กรณีปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนใดๆ ว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย



3.ในกรณีที่มี่ส่วนในการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยหน่วยอื่นและปรากฏว่าในเรื่องเดียวกันจะดำเนินตามขอใด
1.ให้หน่วยงานอื่นงดการสืบสวนนั้น
2.ให้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่กันไป
3.ตั้งกรรมการร่วมขึ้นสืบสวนข้อเท็จจริง
4.อยู่ดุลพินิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสั่งการ



4.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1.คณะกรรมการสืบสวนจะห้ามมิให้ผู้อื่นเข้าร่วมทำการสืบสวนได้
2.การประชุมคณะกรรมการสืบสวนต้องมีการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกวา 3 คน และไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
3.ประธานกรรมการสืบสวนมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
4.การสืบสวนขอเท็จจริงเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้สั่งแต่งตั้งได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่


5.การขอให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงนัดมาให้ถ้อยคำและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา  การแจ้งในกรณีนี้ทำให้บันทึกมีสาระสำคัญตามแบบ สส.๒ เป็น..... ฉบับ เพื่อเก็บไว้ในสำนวนการสืบสวน ..... ฉบับ ส่งให้ผู้ถูกกล่าวหา ...... ฉบับ
1.  3/1/1
2.  3/1/2
3.  2/1/1
4.  2/1/2



6. เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนได้รับความเห็นและผลการสืบสวนข้อเท็จจริงคณะกรรมการสืบสวนหรือผุ้สืบสวนแล้ว ให้พิจรณาดำเนินการ ...... แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ......... วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องนั้นๆ
1. โดยเร็วที่สุด /60วัน
2. โดยไม่ชักช้า /60 วัน
3. โดยเร็วที่สุด /30 วัน
4. โดยไม่ชักช้า /30 วัน

TOP

เฉลย...


1.  4
2.  3
3.  1
4.  4
5.  2
6.  1

TOP

ใจจ้า

TOP

กลับไปรายการกระดานข่าว